ผลวิจัยชี้เด็ก-เยาวชนไทย เล่นพนันออนไลน์กว่า 3 ล้านคน เหตุเห็นโฆษณา คนดังชวน

วันนี้ (19 มิถุนายน 2566) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 13 มิถุนายนที่ผ่านมา มีการเสวนาวิชาการ “เปิดพฤติกรรมเยาวชนไทย…รู้เท่าทันภัยพนัน?” ซึ่งศูนย์ศึกษาปัญหาการพนัน ร่วมกับมูลนิธิสื่อเพื่อสุขภาวะ (มสส.) โดยการสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดขึ้นที่โรงแรมแมนดาริน สามย่าน กรุงเทพมหานคร

รศ.แล ดิลกวิทยรัตน์ ประธานคณะกรรมการกำกับทิศทางกลุ่มแผนงานลดปัญหาจากการพนัน สสส. กล่าวถึงการสร้างการรู้เท่าทันภัยพนันว่า เครื่องมือที่เคยใช้ได้ในบางสังคม บางช่วงเวลา อาจไม่สามารถตอบคำถามใหม่ในสังคมที่กำลังเปลี่ยนแปลง ต้องช่วยกันหาแนวทางเพื่อตอบโจทย์ใหม่ๆ เช่น เรื่องความรับรู้ และมุมมองที่แตกต่าง

การบอกว่า การพนันเป็นเรื่องไม่ดี เป็นเรื่องลบ แต่คนเล่นพนันสร้างความชอบธรรมให้กับการกระทำของตนเองด้วยการบอกว่า การพนันก็แค่ “เล่น” หรือ “หารายได้” ไม่ได้เสี่ยงอะไร และอีกหลายๆ ประเด็น เป็นเรื่องที่ต้องหาทางแก้ไข เพื่อสร้างค่านิยมในการหยุดการพนันอย่างต่อเนื่อง

ผศ.ไพฑูรย์ สอนทน อาจารย์ประจำคณะวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ กล่าวว่า จากการเก็บข้อมูลนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-6 ในโรงเรียนมัธยม 4 แห่ง จ.เพชรบูรณ์ จำนวน 3,744 คน พบว่า นักเรียนครึ่งหนึ่งมีทัศนคติที่ดีต่อการเล่นพนัน แม้นักเรียนส่วนใหญ่จะไม่เคยเล่นพนันเลย แต่พบนักเรียนที่เล่นพนันอยู่ในปัจจุบันถึงร้อยละ 14.7 เล่นพนันออฟไลน์อย่างเดียว ร้อยละ 4.0 เล่นพนันออนไลน์อย่างเดียว ร้อยละ 3.9 และเล่นทั้งออฟไลน์และออนไลน์ ร้อยละ 6.8 เมื่อให้นักเรียนที่เล่นพนันอยู่ในปัจจุบันตอบแบบทดสอบการเล่นพนันแบบเป็นปัญหา พบนักเรียนตกอยู่ในกลุ่มที่เรียกว่า “เล่นพนันแบบเป็นปัญหา” มากถึง ร้อยละ 18.5 โดยกลุ่มที่มีความถี่ในการเล่นพนันสูง และกลุ่มที่เล่นพนันทั้ง 2 ช่องทาง เล่นทั้งออฟไลน์ และออนไลน์ มีสัดส่วนของการเล่นพนันแบบเป็นปัญหามากกว่ากลุ่มอื่น ซึ่งนักเรียนที่เข้าข่ายเป็นนักพนันที่มีปัญหา มีความเสี่ยงต่อภาวะซึมเศร้ามากกว่าผู้ที่ไม่มีปัญหาพนันถึง 3 เท่า

ด้าน นายอุบล สวัสดิ์ผล นักวิชาการอิสระ กล่าวว่า จากการศึกษามุมมองเรื่องพนันของเด็กวัยมัธยมศึกษา 2 พื้นที่ 1.พื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา เมื่อพูดถึงการพนัน ร้อยละ 32.9 คิดถึงการพนันประเภทต่างๆ ที่พบเห็นในชุมชน และกาสิโนชายแดน ร้อยละ 23.5 คิดถึงอารมณ์สนุกสนาน ร้อยละ 23.5 ตอบว่าพนันคือสิ่งผิดกฎหมาย 2.พื้นที่โรงเรียนขนาดใหญ่ ครู และสภานักเรียนเข้าร่วมกิจกรรมโครงการ สภานักเรียนเก็บข้อมูลจากเพื่อนๆ ชั้นมัธยม 1-6 รวม 426 คน พบว่า ร้อยละ 79.5 รับรู้ว่ามีการเล่นพนันในโรงเรียน และทุกคนมีคนรอบตัวเกี่ยวข้องกับการพนัน จากคำถามชวนคิด “เมื่อได้ยินคำว่า พนัน เราคิดถึงอะไร?” ร้อยละ 43.3 คิดถึง ประเภทการพนัน และพนัน ออนไลน์ชนิดต่างๆ มากที่สุดคือคำว่า สล็อต ร้อยละ 24.5 คิดถึงเรื่องกฎหมาย ศีลธรรม ผลกระทบ ร้อยละ 11.1 คิดถึงกลยุทธ์ วิธีการเล่น เสี่ยงโชค ร้อยละ 6.6 คิดถึงอารมณ์สนุกสนาน ร้อยละ 3.5 คิดถึงสถานที่เล่นพนัน จำนวนที่เหลือตอบว่ารู้สึกเฉยๆ

รศ.ณัฐนันท์ ศิริเจริญ อาจารย์ประจำคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ กล่าวว่า ข้อมูลนักศึกษาที่กำลังศึกษาระดับปริญญาตรีในมหาวิทยาลัยของรัฐ และเอกชน 400 คน ช่วงเดือนกรกฎาคม 2565-เดือนมีนาคม 2566 และเก็บข้อมูลเชิงลึกนักศึกษาที่เล่นพนันออนไลน์ 12 คน พบว่า ค่อนข้างรู้เรื่องสื่อโฆษณาชวนพนัน พนันออนไลน์มีหลากหลายรูปแบบ แต่ก็ไม่ได้คิดว่าเป็นเรื่องหลอกลวง เป็นเพียงข้อเสนอให้เลือกว่าจะเล่นหรือไม่ ไม่ได้บังคับ มองว่าพนันออนไลน์เป็นเพียงเกมออนไลน์ที่มีเงินรางวัล เป็นการเสี่ยงโชค ลุ้นรางวัล ทำให้สนุกตื่นเต้น ซึ่งการติดพนันเป็นโรคทางจิตเวช รักษาได้ เมื่อพบคนติดพนัน สิ่งที่ควรทำคือ มีสติ ใจเย็น ต้องไม่ตำหนิ ไม่คาดหวังว่าเขาจะหายจากการติดพนันในทันทีเมื่อหยุดเล่นพนัน

ายพิทักษ์เดช ชุมไชโย รองประธานสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย กล่าวว่า เด็กทุกคนรู้ว่าการเล่นพนันเป็นเรื่องผิด แต่ยังเล่นพนัน เพราะไม่มีความตระหนัก โซเชียลมีเดียทำให้เข้าถึงพนันได้ง่าย การเห็นโฆษณาบ่อยๆ เห็นเพื่อนเล่นได้ ก็อยากเล่นตาม บางคนคิดว่าจะหารายได้จากการเล่นพนัน บางคนหารายได้ด้วยการโฆษณาพนัน เปิดเฟซบุ๊กเพื่อโปรโมตเว็บพนัน เพราะเห็นเพื่อนทำแล้วได้เงินโดยไม่รู้ว่ามันเป็นเรื่องผิดกฎหมาย การเล่นพนันบ่อยๆ อาจทำให้เด็กกลายเป็นคนติดการพนันโดยไม่รู้ตัว สภากำลังสื่อสารเรื่อง การพนันเป็นสิ่งเสพติด ไม่ต่างจากการติดเหล้าหรือบุหรี่ และกำลังพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่ เพื่อถ่ายทอดให้กับเด็กและเยาวชนตระหนักถึงปัญหาที่เกิดขึ้น

ณะที่ รศ.นวลน้อย ตรีรัตน์ ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาปัญหาการพนัน กล่าวว่า ผลสำรวจการเล่นพนันออนไลน์ของคนอายุ 15-25 ปี ต้นปี 2566 พบว่า เล่นพนันออนไลน์เกือบ 3 ล้านคน มากกว่าครึ่งเล่นทั้งออฟไลน์และออนไลน์ ส่วนใหญ่เคยเห็นโฆษณา และถูกชักชวนให้เล่นพนันออนไลน์ ร้อยละ 44 เห็นแล้วอยากลอง ลองเข้าไปดู ลองเข้าไปเล่น และร้อยละ 1 แชร์ข้อความโฆษณาไปยังสาธารณะ ทำให้การโฆษณาพนันออนไลน์ขยายวงกว้าง คนที่คิดจะเล่นพนันเพื่อเป็นช่องทางหารายได้ การพนันออกแบบให้เจ้ามือชนะเสมอในระยะยาว ซึ่งคนชนะเป็นคนส่วนน้อย ชนะแล้วไม่เลิกสุดท้ายเงินที่เคยได้ก็หมดไปกับพนัน แต่คนชอบจำตอนชนะ ได้รางวัล คิดว่าสามารถควบคุมตัวเองได้ อยากเล่นหรืออยากหยุดเมื่อไรก็ได้ ประกอบกับ บางคนเคยเห็นพ่อแม่เล่น หรือเห็นเพื่อนเล่น และคนเสพติดพนันอารมณ์จะแปรปรวน มีโอกาสตกอยู่ในภาวะควบคุมตัวเองไม่ได้ เสียพนันจนก่อให้เกิดปัญหาได้

ปรึกษาปัญหาผู้บริโภค