สภาองค์กรของผู้บริโภค ขอให้นายกรัฐมนตรีใช้อำนาจในฐานะประธาน ศบค. ซื้อ ATK ที่มีคุณภาพ และยับยั้งการจัดซื้อ ATK ที่ไม่มีคุณภาพ

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด – 19 ที่มีตัวเลขผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นทุกวัน คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) มีมติให้จัดซื้อชุดตรวจ Rapid Antigen Test หรือ Antigen Test Kit (ATK) จำนวน 8.5 ล้านชุด เพื่อแจกจ่ายให้ประชาชนได้ตรวจเชื้อโควิด – 19 ด้วยตนเอง
.
โดยคณะทำงานกำหนดอัตราค่าใช้จ่ายเพื่อบริการสาธารณสุข และสปสช. ได้กำหนดคุณสมบัติด้านคุณภาพชุดตรวจ ATK เบื้องต้นที่สำคัญ 4 ประการ ดังนี้ 1) มีคุณภาพ – ผลตรวจมีความแม่นยำสูง โดยมีความไวไม่ต่ำกว่าร้อยละ 95 และความจำเพาะไม่น้อยกว่าร้อยละ 98 2) ผ่านการรับรองจากองค์การอนามัยโลก (WHO) 3) มีงานศึกษา งานวิจัยรองรับ และผ่านการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการ และ 4) สามารถจัดส่งได้ทันที เพื่อเป็นเครื่องมือสำคัญในการจัดการการแพร่ระบาดรุนแรงในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมทั้งประชาชนจะได้เข้าถึงบริการตรวจคัดกรองได้รวดเร็วนั้น
.
เนื่องจาก สปสช. ไม่สามารถจัดซื้อยาและเวชภัณฑ์ได้ด้วยตนเอง จึงต้องให้ตัวแทนเครือข่ายหน่วยบริการที่ขึ้นทะเบียนกับ สปสช. คือ โรงพยาบาลราชวิถีดำเนินการจัดซื้อแทน ซึ่งโรงพยาบาลราชวิถีมอบหมายให้องค์การเภสัชกรรม (อภ.) เป็นผู้ดำเนินการจัดซื้อ ATK ในครั้งนี้ และพบว่า ได้มีการปรับลดเงื่อนไขลงจากที่ตั้งต้นไว้ โดยเฉพาะเงื่อนไขสำคัญ คือ ชุด ATK ที่จะจัดซื้อ ไม่ต้องผ่านการรับรองจาก WHO เหลือเพียงผ่านการขึ้นทะเบียนจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เท่านั้น
.
วันนี้ (16 สิงหาคม 2564) สภาองค์กรของผู้บริโภคออกแถลงการณ์ แสดงความวิตกกังวลถึงคุณภาพของชุดตรวจ ATK ที่กำลังจะจัดซื้อว่าไม่มีคุณภาพตามที่กำหนดไว้ตั้งแต่ต้น และจะทำให้เกิดผลลบลวง (False Negative) จำนวนมากขึ้น หากพิจารณาจากประสิทธิภาพของบริษัทที่ได้รับเลือกจาก อภ. จะทำให้มีประชาชนที่มีผลลบลวงจำนวนสูงถึง 850,000 ราย รวมทั้งทำให้ผู้ติดเชื้อโควิด – 19 ที่มีผลลบลวงเหล่านี้ขาดโอกาสได้รับการดูแลรักษาพยาบาล โดยเฉพาะการได้รับยาที่จำเป็นอย่างทันการณ์และอาจมีอาการรุนแรงจนต้องเข้ารับการรักษาในสถานพยาบาล
.
สิ่งเหล่านี้ผิดไปจากวัตถุประสงค์ที่จะให้ผู้ติดเชื้อโควิด – 19 ซึ่งไม่แสดงอาการหรือมีอาการเล็กน้อยได้รับการดูแลแบบ Home Isolation และผู้ติดเชื้อโควิด – 19 ที่มีผลลบลวงยังจะทำให้เกิดการแพร่กระจายของเชื้อโรคสู่ชุมชนโดยไม่รู้ตัวจนทำให้ยากต่อการควบคุมโรคให้สงบได้ ขัดกับแนวทางควบคุมโรคที่ต้องการให้มีการควบคุมโรคให้ได้ผลมากที่สุด ดังนั้น จึงต้องได้ชุดตรวจที่ให้ผลลบลวง (False Negative) น้อยที่สุด และมีความแม่นยำมากที่สุด
.
อย่างไรก็ตาม การปล่อยให้มีการเดินหน้าจัดซื้อ ATK ที่มีคุณภาพต่ำจะมีผลกระทบทั้งต่อผู้ติดเชื้อโควิด – 19 ที่ให้ผลลบลวงและการควบคุมโรคของประเทศดังได้กล่าวข้างต้น
|
สภาองค์กรของผู้บริโภค จึงมีข้อเสนอและการดำเนินการ ดังนี้
|
1) ขอให้นายกรัฐมนตรีในฐานะประธานศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส (ศบค.) ใช้ภาวะผู้นำในวิกฤตโควิด – 19 ทบทวนการจัดซื้อ ATK โดยเลือกซื้อชุดตรวจที่มีคุณภาพสูงสุด และขอให้นายกรัฐมนตรีใช้อำนาจในการยับยั้งการจัดซื้อ ATK ที่กำลังดำเนินการโดย อภ.
.
2) ขอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติให้ สปสช. สามารถจัดซื้อยาและเวชภัณฑ์ได้เอง เพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชนในการเข้าถึงยาและเวชภัณฑ์ที่มีคุณภาพดีราคาเหมาะสม เนื่องจากการดำเนินการของ สปสช. เป็นการดำเนินการที่มีส่วนร่วมจากทุกฝ่าย ทั้งประชาชน ผู้ประกอบวิชาชีพ หน่วยงานกระทรวงสาธารณสุข ในการจัดซื้อยาและเวชภัณฑ์ที่มีจำนวนมาก เพื่อต่อรองให้ได้ของที่มีคุณภาพและมีราคาที่เป็นธรรมกับประเทศ
.
3) สภาองค์กรของผู้บริโภค พร้อมสนับสนุนประชาชนที่ได้รับการตรวจ ATK และได้รับผลลบลวง ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
.
ปรึกษาปัญหาผู้บริโภค