ไทยถึงเวลากำหนดวาระแห่งชาติ หยุดปัญหา SMS – แก๊งคอลเซ็นเตอร์ลวงโลก

 

ไทยถึงเวลากำหนดวาระแห่งชาติ หยุดปัญหาเอสเอ็มเอสและแก๊งคอลเซ็นเตอร์ลวงโลก

ประเทศไทยกำลังเผชิญหน้ากับการหลอกลวงเอสเอ็มเอส และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่มีมูลค่าความเสียหายกว่า 1,000 ล้านบาทต่อปี ซึ่งทำร้ายไม่เฉพาะเศรษฐกิจของประเทศ แต่สร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของเหยื่อ บางรายถึงขั้นล้มละลาย หรือฆ่าตัวตาย ในขณะที่หน่วยงานกำกับดูแลหลักยังล้าหลังไม่สามารถเท่าทันกลลวง ไม่สร้างระบบที่มีประสิทธิภาพ และไม่รวมพลังกันขับเคลื่อนการป้องกันภัยให้ประชาชนได้อย่างพอเพียง

ในเวทีเสวนาออนไลน์ “นักคิดดิจิทัล ร่วมหาทางออกแก้ปัญหามิจฉาชีพยุค 5G” ที่จัดโดยสภาองค์กรของผู้บริโภค และภาคีโคแฟค ประเทศไทย ได้นำเสนอปัญหาฉ้อโกงผู้บริโภคผ่านเอสเอ็มเอสและระบบโทรศัพท์เพิ่มมากขึ้นในทุกปี และร่วมกันเรียกร้องให้ภาครัฐรวมถึงหน่วยงานที่กำกับดูแลเร่งบังคับใช้ พ.ร.บ. คุ้มครองส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 พร้อมออกมาตรการเฉพาะเพื่อควบคุมดูแลตรวจสอบผู้ประกอบการกิจการโทรคมนาคมอย่างเคร่งครัด ทั้งยังต้องการให้ธนาคารแห่งประเทศไทยขึ้นข้อความเตือนให้ระวังมิจฉาชีพก่อนโอนเงิน และเร่งสร้างความตระหนักรู้เตือนภัยแก่ผู้บริโภคผ่านช่องทางต่าง ๆ อย่างทั่วถึง เปิดช่องทางที่ร้องเรียนให้มากขึ้นพร้อมป้องกัน แก้ไข ระงับปัญหาให้รวดเร็วยิ่งขึ้น เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคอย่างเร่งด่วน ดังที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของแต่ละประเทศทั่วโลกให้ความตระหนักและคอยสอดส่องดูแลอย่างใกล้ชิดเพื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์ กำหนดมาตรการ พร้อมเร่งแก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม

ในขณะที่ปัญหาดังกล่าวในประเทศไทยได้ทวีความรุนแรงเพิ่มมากยิ่งขึ้น สร้างความเสียหายแก่ผู้บริโภคเป็นอย่างมาก แต่หน่วยงานหลักในการกำกับดูแลยังขาดมาตรการที่ชัดเจนในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ซึ่งหน่วยงานเหล่านั้น ได้แก่ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.สอท.) และธนาคารแห่งประเทศไทย

อ่านบทความฉบับเต็มได้ที่ : https://bit.ly/3LwgT0n

ที่มา: แฟนเพจสภาองค์กรของผู้บริโภค

ปรึกษาปัญหาผู้บริโภค