สภาผู้บริโภคผลักดันรัฐตั้งเป้าชัดเข้าสู่ สมาชิก OECD ยกระดับมาตรฐานสินค้าและบริการที่ปลอดภัย ปรับระบบกำกับดูแลให้ได้มาตรฐานสากล ให้ความปลอดภัยเกิดขึ้นจริง ยกระดับการคุ้มครองผู้บริโภค

วันสิทธิผู้บริโภคสากล 15 มีนาคม สภาผู้บริโภคเตรียมชงรัฐบาลกำหนด “เป้าหมายระดับประเทศ” อย่างชัดเจน ในการเดินหน้าสู่การเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา หรือ OECD เพื่อใช้กระบวนการเข้าเป็น สมาชิก OECD เป็นแรงขับเคลื่อนการปฏิรูปกฎหมายและระบบกำกับดูแลภายในประเทศ ยกระดับความโปร่งใส มีมาตรฐานการกำกับดูแล และประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมาย ยกระดับการคุ้มครองผู้บริโภค
อดิศักดิ์ สายประเสริฐ หัวหน้าหน่วยสนับสนุนการขับเคลื่อนนโยบาย เปิดเผยว่า ขณะนี้ประเทศไทยอยู่ในสถานะ ‘ประเทศผู้สมัคร’ (Accession Candidate Country) เข้าเป็นสมาชิก OECD โดยอยู่ในขั้นตอนการประเมินทางเทคนิค (Technical Review) โดยคณะกรรมการ 25 ชุด ครอบคลุมภารกิจต่าง ๆ คล้ายกับการบริหารประเทศ เช่น คณะกรรมการนโยบายผู้บริโภค, คณะกรรมการตลาดเงิน และคณะกรรมการประกันภัยและบำนาญ
สมาชิก OECD เป็นผลดีต่อผู้บริโภคอย่างไรบ้าง
หากประเทศไทยได้เข้าร่วม OECD หนึ่งในผลดีที่ผู้บริโภคจะได้รับ คือการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของสินค้า ประเทศไทยจะต้องพัฒนาระบบติดตามสินค้าและระบบเรียกคืนสินค้าให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อตรวจจับและจัดการสินค้าที่ไม่ปลอดภัยอย่างรวดเร็ว ลดโอกาสที่สินค้าด้อยคุณภาพหรือเป็นอันตรายจะกระจายถึงมือผู้บริโภค พร้อมทั้งเปิดเผยข้อมูลเตือนภัยอย่างโปร่งใสและเข้าถึงง่ายกว่าเดิม
ในยุคดิจิทัล การซื้อขายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์กลายเป็นเรื่องปกติ การเข้า OECD จะผลักดันให้แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซต้องมีบทบาทรับผิดชอบมากขึ้น จากเดิมที่ผู้บริโภคต้องระวังและตรวจสอบด้วยตนเอง แพลตฟอร์มจะต้องทำหน้าที่คัดกรองร้านค้าและสินค้า ตรวจสอบตัวตนผู้ขาย และนำสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานออกจากระบบอย่างจริงจัง แนวคิดความรับผิดชอบของแพลตฟอร์มเช่นนี้จะช่วยลดความเสี่ยงจากการถูกหลอกลวงหรือได้รับสินค้าที่ไม่ปลอดภัย ทำให้การซื้อขายออนไลน์มีความน่าเชื่อถือมากขึ้น
ในด้านบริการทางการเงินและประกันภัย มาตรฐาน OECD ให้ความสำคัญกับการคุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงินอย่างเข้มงวด ประเทศไทยจึงต้องปรับปรุงกฎหมายและกลไกกำกับดูแลให้ชัดเจนและเป็นธรรมมากขึ้น ทั้งในเรื่องการเปิดเผยข้อมูล เงื่อนไขสัญญาที่ไม่เอาเปรียบ และการตรวจสอบการดำเนินงานของผู้ให้บริการ ผู้บริโภคจะมีหลักประกันมากขึ้นเมื่อทำธุรกรรมทางการเงินหรือทำประกันภัย ลดความเหลื่อมล้ำด้านข้อมูลและอำนาจต่อรอง
ร้องเรียนง่าย เยียวยาไว ไม่ต้องพึ่งศาลเสมอไป
อีกประเด็นสำคัญคือการพัฒนากลไกระงับข้อพิพาทนอกศาลในคดีผู้บริโภค เพื่อให้ประชาชนสามารถไกล่เกลี่ยหรือแก้ไขปัญหาได้รวดเร็ว โดยไม่ต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายสูงจากการฟ้องร้องในศาล กลไกดังกล่าวจะทำให้สิทธิในการร้องเรียนและได้รับการเยียวยาเกิดขึ้นได้จริง และเข้าถึงได้ง่ายขึ้นสำหรับคนทั่วไป
นอกจากนี้ แนวคิดเรื่องการบริโภคที่ยั่งยืน เช่น สิทธิในการซ่อมแซมสินค้า จะช่วยให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงอะไหล่และข้อมูลการซ่อมได้ง่ายขึ้น ไม่ถูกบังคับให้ซื้อใหม่ทั้งที่ยังซ่อมได้ เป็นการลดค่าใช้จ่ายในระยะยาวและลดขยะอิเล็กทรอนิกส์ไปพร้อมกัน สะท้อนว่าการคุ้มครองผู้บริโภคไม่ได้จำกัดอยู่แค่ความปลอดภัย แต่ครอบคลุมถึงความเป็นธรรมและความยั่งยืนของระบบเศรษฐกิจโดยรวม
การยกระดับกฎหมายให้สอดคล้องกับมาตรฐาน OECD ยังหมายถึงความโปร่งใสของภาครัฐที่มากขึ้น การเปิดเผยข้อมูลที่ตรวจสอบได้ และการบังคับใช้กฎหมายที่มีประสิทธิภาพ เมื่อกลไกกำกับดูแลเข้มแข็งขึ้น ผู้บริโภคจะมีเครื่องมือและช่องทางปกป้องสิทธิของตนเองได้ดียิ่งขึ้น
ดังนั้น การเดินหน้าสู่การเป็นสมาชิก OECD จึงไม่ใช่เพียงเรื่องของการพัฒนาเศรษฐกิจระดับมหภาคและการปฏิรูปภาครัฐ แต่คือโอกาสในการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้บริโภคไทย ให้มีสิทธิที่ชัดเจน ได้รับความคุ้มครองที่เข้มแข็ง และสามารถใช้สิทธิของตนเองได้อย่างแท้จริงในทุกมิติของการบริโภค
วันสิทธิผู้บริโภคสากล “สินค้าปลอดภัย ผู้บริโภคมั่นใจ”
เนื่องในโอกาสวันสิทธิผู้บริโภคสากลปีนี้ ภายใต้ธีม “Safe Products, Confidence Consumers” หรือ “สินค้าปลอดภัย ผู้บริโภคมั่นใจ” สภาผู้บริโภควางเป้าหมายใช้จังหวะสำคัญนี้เป็นหมุดหมายในการผลักดันให้หน่วยงานภาครัฐประกาศเป้าหมายร่วมกันอย่างชัดเจนว่า ประเทศไทยต้องมีสินค้าและบริการที่ปลอดภัยบนแพลตฟอร์มพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมความพร้อมสู่การเป็นสมาชิก OECD อย่างมีคุณภาพ
“ทั้งหมดนี้สะท้อนว่า การเดินหน้าสู่การเป็นสมาชิก OECD ไม่ใช่เพียงเรื่องของตัวเลขเศรษฐกิจหรือสถานะประเทศ แต่คือกระบวนการยกระดับสิทธิผู้บริโภคไทยให้มีมาตรฐานสูงขึ้น ปลอดภัยขึ้น และใช้สิทธิของตนเองได้อย่างมั่นใจในทุกช่องทางการบริโภค ทั้งออฟไลน์และออนไลน์” อดิศักดิ์ กล่าว
